ก่อนเตรียมเอกสาร ต้องตัดสินใจ 5 เรื่องนี้ก่อน
งานจดทะเบียนที่ล่าช้าส่วนใหญ่ไม่ได้ติดที่เอกสาร แต่ติดที่ยังตัดสินใจเรื่องพวกนี้ไม่จบ เคลียร์ให้ครบก่อนแล้วขั้นตอนที่เหลือจะเร็วมาก
1. ชื่อบริษัท
ต้องจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน และชื่อต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลที่มีอยู่แล้ว แนะนำให้เตรียมชื่อสำรองไว้อย่างน้อย 3 ชื่อ เพราะชื่อที่คิดว่าไม่มีใครใช้มักจะถูกใช้ไปแล้ว ชื่อที่จองได้จะมีอายุจำกัด ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปต้องจองใหม่
2. ผู้ถือหุ้นและกรรมการ
บริษัทจำกัดตามกฎหมายปัจจุบันต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน ต้องตกลงกันให้ชัดว่าใครถือกี่หุ้น และใครเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม จุดที่มักถูกมองข้ามคือ "อำนาจกรรมการ" ว่าจะให้ลงนามคนเดียวได้ หรือต้องสองคนลงนามร่วมกัน เรื่องนี้ส่งผลกับการเปิดบัญชีธนาคารและการเซ็นสัญญาทุกฉบับหลังจากนั้น
3. ทุนจดทะเบียน
ตั้งเท่าไรก็ได้ตามความเหมาะสม แต่ควรคิดจากสองมุม มุมแรกคือความน่าเชื่อถือ คู่ค้าและธนาคารมักดูตัวเลขนี้ มุมที่สองคือความเป็นจริง เพราะทุนจดทะเบียนคือจำนวนที่ผู้ถือหุ้นผูกพันว่าจะชำระ ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งเล่นๆ ได้
4. วัตถุประสงค์ของบริษัท
คือขอบเขตธุรกิจที่บริษัททำได้ ควรใส่ให้ครอบคลุมสิ่งที่ตั้งใจจะทำในอนาคตอันใกล้ด้วย เพราะการแก้ไขเพิ่มวัตถุประสงค์ทีหลังต้องจดทะเบียนแก้ไขและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
5. ที่ตั้งสำนักงาน
ต้องเป็นที่อยู่ที่ใช้จดทะเบียนได้จริง และต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของ จุดนี้เป็นจุดที่คนติดมากที่สุด บ้านเช่าส่วนใหญ่เจ้าของไม่ยินยอม และคอนโดหลายแห่งข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดห้ามใช้จดทะเบียนธุรกิจ ถ้าติดตรงนี้ ทางออกคือใช้บริการเช่าสถานที่สำหรับจดทะเบียน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคน
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคน
- แผนที่ตั้งสำนักงาน
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของเจ้าของสถานที่
- สำเนาสัญญาเช่า ถ้าเป็นสถานที่เช่า
- ตัวอย่างตราประทับบริษัท ถ้าต้องการจดตราไว้
ขั้นตอนโดยรวม
- จองชื่อนิติบุคคล
- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารจัดตั้ง
- ผู้ถือหุ้นและกรรมการลงนามในเอกสาร
- ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- รับหนังสือรับรองและเอกสารสำคัญของบริษัท
ถ้าเอกสารพร้อมและผู้ถือหุ้นเซ็นได้ครบ โดยทั่วไปกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่กี่วันทำการ
สิ่งที่ต้องทำต่อทันทีหลังจดเสร็จ
จดทะเบียนเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ ยังมีอีกสามเรื่องที่ควรทำทันที
- เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เพื่อแยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัวตั้งแต่วันแรก การใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีบริษัทคือต้นเหตุของงานบัญชีที่ยุ่งเหยิงที่สุด
- ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี นิติบุคคลต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง
- ขึ้นทะเบียนประกันสังคม เมื่อเริ่มมีลูกจ้าง
ส่วนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นเป็นหน้าที่เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่ธุรกิจจำนวนไม่น้อยเลือกจดตั้งแต่ต้นเพราะคู่ค้าต้องการใบกำกับภาษี
สรุป
เอกสารจดทะเบียนบริษัทไม่ได้เยอะอย่างที่กลัว ส่วนที่ใช้เวลาจริงคือการตัดสินใจเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ และที่ตั้งสำนักงาน ถ้าสามเรื่องนี้ชัดตั้งแต่ต้น ที่เหลือเป็นงานเอกสารล้วนๆ
5 views
